คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้! รับมือกับเส้นเลือดขอดขณะตั้งครรภ์อย่างไรให้ปลอดภัย

คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้! รับมือกับเส้นเลือดขอดขณะตั้งครรภ์อย่างไรให้ปลอดภัย

แม้ช่วงเวลาตั้งครรภ์จะเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ แต่คุณแม่หลายท่านอาจต้องเผชิญกับปัญหากวนใจอย่าง เส้นเลือดขอด ซึ่งมักปรากฏให้เห็นเป็นเส้นเลือดขดตัวหนาบริเวณขา ข้อเท้า หรืออุ้งเชิงกราน สาเหตุหลักมาจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงประกอบกับน้ำหนักตัวของเจ้าตัวน้อยที่เพิ่มขึ้น จนไปกดทับระบบไหลเวียนโลหิต

หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำมาซึ่งอาการปวดหน่วงและไม่สบายตัวตลอดการอุ้มท้อง แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะปัจจุบันมีคลินิกเฉพาะทางด้านการรักษาเส้นเลือดขอดที่พร้อมดูแลปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่ให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อคุณแม่และลูกในครรภ์ ช่วยให้คุณแม่กลับมามีความสุขกับการใช้ชีวิตและฟื้นตัวได้ไวขึ้นค่ะ

ทำความรู้จัก เส้นเลือดขอดขณะตั้งครรภ์คืออะไร

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด คุณแม่หลายท่านมักสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ขดตัวนูนหนาคล้ายเชือกปรากฏขึ้นใต้ผิวหนัง ซึ่งเราเรียกว่า เส้นเลือดขอด จุดที่พบได้บ่อยที่สุดคือบริเวณเรียวขา ข้อเท้า รวมถึงบริเวณบอบบางอย่างอวัยวะเพศภายนอก

นอกจากนี้ ริดสีดวงทวาร ก็ถือเป็นเส้นเลือดขอดอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณทวารหนักซึ่งพบได้บ่อยในช่วงอุ้มท้องเช่นกัน ในบางรายอาจพบ เส้นเลือดฝอย ที่เป็นเส้นเล็กๆ สีแดงหรือน้ำเงินกระจายตัวอยู่ใต้ผิวหนัง แม้จะไม่มีลักษณะนูนเป็นก้อนเหมือนเส้นเลือดขอด แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบเลือดในช่วงนี้ค่ะ

สาเหตุของการเกิดเส้นเลือดขอดมักเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง

ตามปกติแล้ว เส้นเลือดดำจะมี ลิ้นหัวใจ (Valves) คอยควบคุมทิศทางให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้อย่างถูกต้อง แต่เมื่อเข้าสู่ภาวะตั้งครรภ์ หากผนังหลอดเลือดหรือลิ้นควบคุมเหล่านี้อ่อนแอลง จะทำให้เลือดไหลย้อนกลับลงมาคั่งค้างอยู่ตามเส้นเลือดแทน

เมื่อเกิดการสะสมของเลือดในจุดเดิมซ้ำๆ เส้นเลือดจึงขยายตัวจนบวมนูนและขดตัวปรากฏให้เห็นชัดเจนบนผิวหนังนั่นเองค่ะ

สัญญาณเตือนและต้นเหตุที่น่ารู้

ในบางรายอาจไม่มีอาการแสดงให้เห็นชัดเจนนัก แต่ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกได้ชัดขึ้นหากต้อง ยืนนานๆ หรือนั่งแช่อยู่กับที่นานเกินไป โดยสัญญาณที่คุณแม่ควรสังเกตมีดังนี้ค่ะ

เช็กอาการเส้นเลือดขอดในคนท้องเป็นอย่างไร

  • หนักขา รู้สึกล้าเหมือนมีน้ำหนักถ่วงอยู่ที่เรียวขาตลอดเวลา
  • ระคายเคือง มีอาการคันยิบๆ บริเวณเส้นเลือดที่นูนออกมา
  • ตะคริว มักเป็นตะคริวที่ขาบ่อยขึ้น โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ปวดหน่วง รู้สึกเจ็บตึงหรือปวดตุบๆ บริเวณขาช่วงล่าง
  • บวมน้ำ สังเกตเห็นอาการบวมบริเวณน่องและข้อเท้า
  • ความไม่สบายตัวช่วงล่าง โดยเฉพาะริดสีดวงทวารอาจทำให้เกิดอาการคันและปวด หากมีอาการท้องผูกร่วมด้วยอาจพบเลือดออกขณะขับถ่ายหรือทำความสะอาดได้

Tips หากคุณแม่เริ่มมีอาการปวดหน่วงขาจนรบกวนการนอนหลับ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ คลินิกรักษาเส้นเลือดขอดชลบุรี / คลินิกรักษาเส้นเลือดขอดเพชรบุรี เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลเบื้องต้นที่ปลอดภัยค่ะ

ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงเสี่ยงเส้นเลือดขอด

สาเหตุหลักมาจากกลไกธรรมชาติของร่างกายที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับเจ้าตัวน้อย ดังนี้ค่ะ

  1. พายุฮอร์โมน ร่างกายจะผลิต โปรเจสเตอโรน มากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนนี้ส่งผลให้ผนังหลอดเลือด "คลายตัว" มากเกินไป จนลิ้นเปิดปิดเลือด ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  2. ปริมาณเลือดที่มากขึ้น เพื่อเลี้ยงดูทารก ร่างกายจึงต้องผลิตเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้หลอดเลือดต้องรับภาระหนักกว่าปกติ
  3. แรงกดทับจากมดลูก เมื่อเจ้าตัวน้อยตัวใหญ่ขึ้น มดลูกจะไปเบียดทับเส้นเลือดใหญ่บริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้เลือดจากขาไหลกลับขึ้นสู่หัวใจได้ลำบาก (เพราะต้องสู้กับทั้งแรงโน้มถ่วงและแรงกดทับ)
  4. อาการท้องผูก เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดแรงดันสะสม จนกลายเป็นริดสีดวงทวารได้ง่ายขึ้นค่ะ

ปัจจัยกระตุ้นและกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังการเป็นเส้นเลือดขอด

นอกจากปัจจัยด้านฮอร์โมนแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตและลักษณะทางกายภาพของคุณแม่แต่ละท่าน ก็มีผลอย่างมากต่อความรุนแรงของอาการเส้นเลือดขอด โดยมีปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาดังนี้ค่ะ

1. พฤติกรรมการบริโภค (Dietary Habits)

การรับประทานอาหารส่งผลโดยตรงต่อแรงดันภายในหลอดเลือดและการทำงานของระบบขับถ่าย

  • การทานเค็มหรือโซเดียมสูง เมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป จะเกิดกระบวนการกักเก็บน้ำในเนื้อเยื่อเพื่อรักษาสมดุล ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำ (Edema) ซึ่งแรงดันจากอาการบวมนี้จะไปเพิ่มภาระให้ผนังหลอดเลือดดำขยายตัวจนเกิดเส้นเลือดขอดได้ง่ายขึ้น
  • การขาดไฟเบอร์และดื่มน้ำน้อย นำไปสู่อาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของริดสีดวงทวาร (ซึ่งเป็นเส้นเลือดขอดประเภทหนึ่ง) เนื่องจากแรงเบ่งขณะขับถ่ายจะเพิ่มความดันอย่างมหาศาลในอุ้งเชิงกรานและหลอดเลือดส่วนปลาย

2. ปัจจัยด้านพันธุกรรม (Genetic Predisposition)

โครงสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือดมักถูกส่งต่อผ่านทางสายเลือด หากคุณมีประวัติบุคคลในครอบครัว เช่น คุณแม่หรือคุณยาย เคยประสบปัญหาเส้นเลือดขอดขณะตั้งครรภ์ คุณจะมีความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป เนื่องจากโครงสร้างผนังหลอดเลือดหรือประสิทธิภาพของลิ้นหัวใจในเส้นเลือดดำอาจมีความอ่อนแอโดยธรรมชาติ

3. การควบคุมน้ำหนักตัว (Body Weight Management)

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัว แรงกดทับจากน้ำหนักส่วนเกินนี้จะไปกดเบียดหลอดเลือดดำใหญ่ ส่งผลให้การลำเลียงเลือดจากส่วนล่างกลับคืนสู่หัวใจทำได้ยากขึ้น และเกิดการคั่งค้างของเลือดจนหลอดเลือดบวมพองในที่สุด

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

โดยปกติแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้นบริเวณเรียวขา หรือจุดที่มีอาการ แต่หากพบว่ามีอาการรุนแรง แพทย์อาจใช้การ อัลตราซาวนด์แบบดอปเลอร์ (Doppler Ultrasound) เพื่อเช็กการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดชั้นลึก เพราะหากเลือดไหลเวียนผิดปกติ อาจเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอดและระบบหัวใจได้ค่ะ

วิธีดูแลตัวเองและบรรเทาอาการ

ข่าวดีคือเส้นเลือดขอดส่วนใหญ่มักไม่อันตรายและดีขึ้นเองหลังคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้ค่ะ

  • ปรับเปลี่ยนท่าทาง ไม่ยืนหรือนั่งแช่ท่าเดิมนานเกินไป เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน
  • ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ลดเค็ม ควบคุมโซเดียมเพื่อลดอาการบวมน้ำ
  • ยกขาสูง หาหมอนรองเท้าเป็นระยะ เพื่อช่วยให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้ง่ายขึ้น
  • ท่านอนที่เหมาะสม นอนตะแคงซ้าย เพื่อลดแรงกดทับของมดลูกต่อเส้นเลือดดำใหญ่ที่ส่งเลือดกลับสู่หัวใจ
  • ตัวช่วยเสริม สวมถุงน่องสำหรับคนท้อง (Compression Stockings) เพื่อช่วยพยุงและลดการคั่งของเลือด

หากหลังคลอดแล้วอาการไม่ดีขึ้น สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ เช่น การฉีดสารสลายเส้นเลือดขอด หรือการใช้เลเซอร์ค่ะ สำหรับวิธีการรักษาทางการแพทย์ เช่น การฉีดโฟมสลายเส้นเลือดขอด หรือการใช้เลเซอร์ แพทย์มักแนะนำให้ทำหลังจากที่คุณแม่คลอดบุตรและร่างกายฟื้นตัวเรียบร้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่ในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการดูแลและบรรเทาอาการไว้ก่อนได้เลยค่ะ

หลังคลอดแล้วจะหายไหม

โดยทั่วไปเส้นเลือดขอดจะค่อยๆ จางลงเองหลังคลอดค่ะ แต่สำหรับการตั้งครรภ์ครั้งถัดๆ ไป อาการอาจชัดเจนขึ้นหรือหายช้าลงกว่าครั้งแรกได้

สัญญาณอันตรายเมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบแพทย์

แม้ส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรง แต่หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที

  1. มีเลือดออกจากเส้นเลือดดำ
  2. เกิดแผลสดหรือแผลเปื่อยบริเวณใกล้เส้นเลือดขอด
  3. ขาปวด บวม หรือแดงผิดปกติ (อาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน)

คืนความมั่นใจให้เรียวขาคุณแม่ พร้อมการดูแลที่ปลอดภัย

ปัญหาเส้นเลือดขอดระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หากคุณแม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม การใส่ใจดูแลตัวเองตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยให้การใช้ชีวิตในช่วงอุ้มท้องมีความสุขและสบายตัวยิ่งขึ้นค่ะ

ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) ทั้งสาขา คลินิกเสริมความงามชลบุรี และ คลินิกเสริมความงามเพชรบุรี เรามีความเข้าใจในสรีระและความกังวลของคุณแม่เป็นอย่างดี

เราพร้อมให้บริการดูแลรักษาเส้นเลือดขอดด้วยเทคนิค การฉีดโฟมสลายเส้นเลือดขอด (Sclerotherapy) ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมี ถุงน่องเส้นเลือดขอดเกรดการแพทย์ คุณภาพสูงที่ช่วยพยุงและลดแรงดันหลอดเลือดให้บริการแก่คุณแม่ทุกท่าน

มั่นใจได้กับการดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปรับรูปหน้าและการดูแลผิวพรรณ ที่จะให้คำปรึกษาอย่างละเอียดเพื่อบรรเทาอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ให้คุณแม่กลับมามีเรียวขาที่เนียนสวยและสุขภาพดีอีกครั้ง

ปรึกษาปัญหาเส้นเลือดขอดหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA @dequeensclinic De Queens Clinic พร้อมเคียงข้างและดูแลคุณแม่ทุกคนด้วยใจค่ะ